โดรน (drone) ในระดับราคาต่างๆ

               สวัสดีครับ กลับมาพบกันอีกแล้วนะครับ หลังจากที่ได้พูดเกี่ยวกับข้อคำนึงในการซื้อโดรนมาซักลำกันแล้วในบทที่ 2 (ลิ้งไปบทที่ 2) วันนี้ผมจะมายกตัวอย่างโดรนในแต่ละดับช่วงราคากัน ต้องย้ำก่อนนะครับว่านี่เป็นการยกตัวอย่างในแต่ระดับช่วงราคา ไม่ได้ว่าลำนี้เจ๋งสุดในระดับราคานี้ เพราะผมก็ไม่ได้เซียนขนาดนั้น แหะๆ เอาเป็นว่ายกตัวอย่างเพื่อให้รู้ขอบเขตว่าราคาเท่าที่สามารถทำอะไรได้เท่าไหร่นะครับผม

ราคาไม่เกิน 1,000 บาท

               เฮ้ย !!! มีราคานี้ด้วย หลายคนอาจจะตกใจเพราะบทที่แล้วผมเกริ่นเกี่ยวกับการเลือกโดรนไปตั้งเยอะ แล้วมีเหรอที่จะมีราคาเท่านี้ 555 มีจริงครับ แต่โดรนในราคาเท่านี้จะเป็นมินิโดรน หรือโดรนตัวเล็กจิ๋วนั่นเอง ความสามารถไม่มีอะไรมากครับ เหมือนรถวิทยุบังคับ สั่งบินเลี้ยวซ้ายขวาขึ้นลงได้ ไม่มีกล้องนะ เหมาะสำหรับเอามาฝึกบินเล่นก็ใช้ได้นักแล

สำหรับโดรนที่จะยกมาเป็นตัวอย่างในรุ่นราคานี้นั่นก็คือ M9911 Nano Quad Copter

3_1

เป็นโดรนที่มีขนาดเล็กมาก คือเล็กเท่ากับไฟแช็กอันนึงเลยทีเดียว เป็นแบบ 4 ใบพัด ฟังก์ชั่นการบินก็ไม่น้อยหน้า มีอุปกรณ์ควบคุมการบินระดับ 6 แกน สามารถบินตีลังกาได้ 360 องศา บินได้ไกลและเร็ว เล่นได้ทั้งในบ้านและนอกบ้าน ตัวเครื่องเป็นแบบพลาสติกมีที่เสียบ usb สำหรับต่อชาจไฟ และทนต่อการกระทกเนื่องจากตัวเครื่องและใบพัดเป็นพลาสติกมีความยืดหยุ่น ทั้งหมดนี้เสนอราคาอยู่ที่ประมาณ 800-900 บาทไทยเท่านั้น !!!

ราคาตั้งแต่ 1,000 – 3,000 บาท

               สำหรับราคาประมาณนี้จะขยับมาเป็นโดรนไซส์กลาง และบางรุ่นยังติดกล้องมาให้อีกต่างๆหาก ซึ่งข้อดีของการติดกล้องมาเลยก็คือไม่ทำให้ตัวเครื่องเสียสมดุล เพราะได้คำนวณไว้แล้ว มาดูตัวอย่างโดรนในระดับราคานี้กันดีกว่าว่าถูกใจหรือเปล่า

สำหรับเจ้า X5C ตัวนี้นั้นจะเป็นโดรนไซส์กลาง ตัวเครื่องนั้นทำจากไฟเบอร์ทำให้ยืดหยุ่ยพอสมควร มีใบพัด 4 ใบพัดและควบคุมการทรงตัวด้วยระบบไจโร 6 แกน สามารถบินได้ไกลถึง 50 เมตร สู้แรงลมได้พอประมาณ เคลื่อนไหวได้นิ่มนวล และยังมีกล้องที่แถมมาเป็นแบบ HD Camera มีความละเอียด 2MP ใช้ในการถ่ายรูปหรือวิดีโอได้พอประมาณ ถือว่าเป็นโดรนที่มีความคุ้มในระดับราคานี้สูงเลยทีเดียว เพราะราคาที่ขายในปัจจุบันนั้นแค่ 1,900 – 2,000 บาทเท่านั้นเอง

Wltoys V262 2.4 G

               ไหนๆก็ไหนๆแล้วขออีกตัวแล้วกัน เชิญพบกับโดรนไซส์ใหญ่อย่าง Wltoys V262 2.4 G ที่เป็นโดรนไซส์ใหญ่ มีเฟรมที่เป็นโฟมเหนียวพิเศษไว้กันกระแทกกับสิ่งกีดขวางต่างๆ ตัวนี้จะไม่มีกล้องแถมมาให้นะครับแต่สามารถซื้อเป็นออพชั่นเสริมมาติดเองได้ ตัวโดรนเป็นแบบ 4 ใบพัด และควบคุมด้วยไจโร 6 แกน บินสู้ลมได้ดีอีกต่างหาก และด้วยความที่เป็นโดรนไซส์ใหญ่มีกำลังสูงจึงสามารถบรรทุกของได้หลายรูปแบบ อาจจะเป็นกล้อง หรือแบกสิ่งของเอาไปส่งแทนการเดินก็ยังไหว 55+ สนนราคาอยู่ที่ 2,500 – 3,000

ราคาตั้งแต่ 3,000 – 10,000 บาท

               สำหรับรุ่นที่อยู่ในระดับราคานี้นั้นจะมีสิ่งที่เพิ่มมาอย่างเห็นได้ชัดคือ ฟังก์ชั่นอำนวยความสะดวกต่างๆ ที่จัดมาตามระดับของราคา 55+ อาทิ ระบบถ่ายทอดสด บินกลับบ้านหรือรักษาความสูงอัตโนมัติ หรือแม้กระทั่งระบบรพบุตำแหน่งด้วย GPS ซึ่งในความคิดผมราคาเท่านี้แหละที่เหมาะสำหรับการนำมาเล่น ไม่ได้ใช้ทำงานจริงๆจัง (เพราะผมเป็นคนงบน้อย T_T) และในระดับราคานี้นั้นจะมีหลายรุ่นมาก ผมจะอลงยกตัวอย่างที่สังเกตเห็นมาให้ชมกันครับ

 V686 เป็นโดรนขนาด 4 ใบ

               ประเดิมด้วยตัวแรก V686 เป็นโดรนขนาด 4 ใบพัดควบคุมการทรงตัวด้วยระบบ 6 แกนไจโรเหมือนเคย บินได้ประมาณ 8 – 10 นาที มีกล้องติดตั้งมาให้เรียบร้อยขนาด 2 ล้านพิกเซล บินได้ไกลประมาณ 150-200 เมตร และที่สำคัญสามารถถ่ายทอดสดผ่าน FPV Monitor ได้ทันที ส่วนฟังก์ชั่นในการบินนั้นถือว่าจัดมาเต็มสูบ ไม่ใช่แค่ขึ้นลงซ้ายขวาเท่านั้น สามารถเลื่อนสไลด์ด้านข้างได้ ตีลังกาได้ สามารถบินกลับบ้านได้เพียงกดปุ่มเดียว หรือสามารถตั้งค่าการบินแบบอิสระได้ ทั้งหมดนี่ยังไม่แพงนะครับ สนนราคาอยู่ที่ 4,200 – 4,500 เท่านั้นเอง เริ่มสนใจละซิ

CX-20

               ตัวต่อไปที่อยากนำเสนอเลยก็คือ CX-20 ที่ผมถือว่าท๊อปฟอร์มที่สุดในราคาระดับนี้ ด้วยใบพักกำลังสูง 4 แกนจึงสามารถแบกกล้องขึ้นไปถ่ายภาพมุมสูงได้ (รุ่นนี้ไม่มีกล้องติดมานะจ๊ะ) บินได้ไกลถึง 300 เมตร สามารถถ่ายทอดสดผ่าน FPV (ผ่านกล้องที่ติดกับโดรนขึ้นไป ถ้ามีฟังก์ชั่นนี้ก็สามารถใช้ได้) มีระบบการทรงตัวอยู่กับที่ แม้ลมแรงก็สามารถปรับตัวเองให้อยู่ในระดับที่เสถียรได้ ระบบบินกลับบ้านอัตโนมัติ ระบบกลับมาจุดเดิมด้วย GPS ที่แม้จะหลุดระยะการควบคุมไปแล้ว โดรนก็จะบินกลับมายังจุดเดิมได้ ฟังก์ชั่นรักษาความสูงอัตโนมัติที่ทำให้เราสามารถละสายตาจากเครื่องได้ (มันก็จะบินของมันอยู่อย่างนั้น) หรือแม้กระทั่งระบบลงจอดอัตโนมัติที่ทำได้นิ่มนวลทีเดียว รุ่นนี้ถือเป็นรุ่นที่นำ GPS มาใช้ในการจับพิกัดตำแหน่งโดยราคานั้นยังไม่ถึงหมื่นเลย (แต่ถ้ารวมกล้องก็เกินละนะ T T) สนนราคาอยู่ที่ 9,900 – 10,000 บาท

ราคา 10,000 บาทขึ้นไป

               สำหรับโดรนที่มีราคา 10,000 บาทขึ้นไปนั้นเริ่มจะเหมาะกับการใช้งานจริงๆจังๆ อาทิการถ่ายรูปมุมสูงของการจราจรบนท้องถนน หรือถ่ายบริเวณคอนเสิร์ต เพราะโดรนพวกนี้จะเริ่มมีฟังก์ชั่นที่เพิ่มมามากขึ้น ในขณะที่ตัวเครื่องนั้นก็จะมีคุณภาพดีกว่าระดับเดิม เรามาดูกันว่ารุ่นที่นิยมใช้กันนั้นมีรุ่นไหนบ้าง

DIJ Phantom vision 2

               รุ่นยอดฮิตในปัจจุบันนี้ก็ต้องยกให้กับ DIJ Phantom vision 2+ ด้วยระบบ 4 ใบพัด ตัวกล้องนั้นมีคุณภาพระดับ Full HD ติดด้วยแกนกล้อง 3 แกน สามารถเอียงกล้องเพื่อถ่ายภาพได้ตามใจชอบ สามารถถ่ายทอดสดผ่านจอ FPV และสามารถส่งภาพไปยังโทรศัพท์ smart phone ได้โดยตรง มีระยะควบคุมถึง 300 เมตร  มีระบบควบคุมกึ่งอัตโนมัติด้วย GPS สามารถบินขึ้นลงกึ่งอัตโนมัติ ควบคุมด้วยวิทยุบังคับ ระบบบินอยู่กับที่ สามารถบินกลับจุดได้เอง ระบบแก้เอียงหรือระบบเสถียร ทำเวลาการบินในรอบนึงได้ถึง 10-12 นาที ซึ่งบอกได้เลยว่ารุ่นนี้เป็นรุ่นที่คุ้มค่าที่สุดแล้วครับในเวลานี้ ยกเว้นว่าจะทำแบบประกอบเองที่สามารถปรับส่วนต่างๆได้ตามใจชอบ สนนราคารุ่นนี้อยู่ที่ 48,000 บาท

คงจะพอเห็นภาพโดรนในช่วงราคาต่างๆกันไปแล้วนะครับ จะเห็นได้ว่าสำหรับโดรนนั้นมีช่วงราคานั้นตั้งแต่ระดับ พันจนถึงระดับหมื่นระดับแสนกันเลยทีเดียว ขึ้นอยู่กับอุปกรณ์ที่ใช้ และเทคโนโลยีที่เพิ่มขึ้นมา สำหรับบทนี้ไว้เท่านี้ก่อนนะครับ บทหน้าจะพาทุกท่านเข้าชมรูปภาพ วิดีโอต่างๆที่ถ่ายจากโดรนกันว่าภาพมุมสูงนั้นมีความสวยงามอย่างไร ติดตามชมได้ครับ สำหรัววันนี้ขอบคุณมากครับผม

Bookmark the permalink.